เวลาเลือกคุชชั่นเกาหลี จะเจอชื่อเฉดอย่าง 21N, 23W หรือ 25N ทันที แต่คำถามที่หลายคนอยากรู้จริง ๆ มักไม่ใช่ “21 แปลว่าอะไร” แต่เป็น “ปกติใช้เบอร์ 21 เปลี่ยนแบรนด์แล้วซื้อเบอร์ 21 ได้เลยไหม?”

ถ้าเบอร์ 21 เข้ากับผิวมาตลอด เริ่มดูเบอร์ 21 ของแบรนด์ใหม่ก่อนก็เป็นจุดเริ่มที่ดี แต่อย่าคิดว่าเทียบกันได้เป๊ะ ๆ

ตัวเลขอย่าง 21, 23, 25 บอกระดับความสว่างคร่าว ๆ ยิ่งตัวเลขน้อยมักยิ่งสว่าง ยิ่งมากยิ่งเข้ม แต่ไม่มีมาตรฐานกลางที่ทุกแบรนด์เกาหลีใช้ร่วมกัน เบอร์ 21N ของแบรนด์หนึ่งจึงอาจดูสว่างกว่า เข้มกว่า ชมพูกว่า หรือเหลืองกว่าอีกแบรนด์

สรุปเบอร์ 21, 23, 25

เบอร์ชื่อที่มักใช้เหมาะกับผิวประมาณ
21ไลท์เบจ (Light Beige)ผิวขาว
23เนเชอรัลเบจ (Natural Beige)ผิวขาวถึงกลาง
25มีเดียม/แซนด์เบจผิวกลาง ๆ

เป็นชื่อที่เจอบ่อยเท่านั้น ไม่ใช่กฎตายตัว แต่ละแบรนด์ตั้งชื่อและผสมสีต่างกันเล็กน้อย สีในตารางเป็นแค่ค่าประมาณ และแต่ละหน้าจออาจแสดงไม่เหมือนกัน

ตอนนี้หลายแบรนด์ก็มีเฉดละเอียดขึ้น เช่น 13, 17, 19, 22, 27 หรือเฉดเข้มกว่านั้น ถ้าผิวเข้มกว่าเบอร์ 25 ให้เช็กก่อนสั่งว่าสินค้านั้นมีเฉดไปถึงไหน เพราะคุชชั่นเกาหลีบางรุ่นยังมีแต่เฉดค่อนข้างสว่าง

เริ่มจากรองพื้นที่ใช้แล้วเข้ากับผิว

เวลาซื้อคุชชั่นออนไลน์ ข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดไม่ใช่ “เราผิวเบอร์ 21” แต่คือ “เฉดนี้ของรุ่นนี้เข้ากับผิวเรา” ถ้า 21N ที่ใช้อยู่กลืนกับหน้าและคอดี ก็ดูเบอร์ 21N ของรุ่นใหม่ก่อน แล้วหารีวิวจากคนที่ใช้เฉดเดียวกันเป็นจุดเทียบ รีวิวแบบนี้ช่วยได้มากที่สุด

  • “แบรนด์ A ใช้ 21N แต่แบรนด์ B เบอร์ 23N เข้ากว่า”
  • “เบอร์ 21 ของแบรนด์นี้สว่างกว่าแบรนด์อื่นนิดหน่อย”
  • “ตอนแรกพอดี แต่ผ่านไปสักพักเข้มขึ้นนิดหนึ่ง”

เพราะผิวคนอื่นอาจไม่เหมือนเรา แต่เราเทียบกับสินค้าที่เรารู้จักดีอยู่แล้วได้

N, C, W หมายถึงอะไร?

ตัวอักษรอันเดอร์โทนความหมายโดยทั่วไป
Nกลาง (Neutral)อยู่ระหว่างชมพูกับเหลือง
Cเย็น (Cool)อมชมพู
Wอุ่น (Warm)อมเหลืองหรือทอง

ตัวเลขมักบอกความสว่าง ส่วนตัวอักษรบอกอันเดอร์โทน แต่แต่ละแบรนด์ก็ใช้ไม่เหมือนกันเป๊ะ เฉดที่ชื่อ 21N เหมือนกันจึงอาจออกมาบนผิวต่างกันพอสมควร

สวอตช์รองพื้นติดเบอร์ 13 ถึง 27 ไล่จากสว่างไปแทน
ตัวอย่างการไล่ระดับเฉดจาก 13, 17, 21, 23, 25 ถึง 27 เบอร์และสีจริงต่างกันไปตามแบรนด์และสูตร ภาพประกอบ ToYouPick

“เฉดที่ใช่” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บางคนอยากให้รองพื้นกลืนไปกับคอแบบแทบมองไม่เห็น บางคนชอบลุคหน้าสว่างขึ้นนิดหน่อย บางคนให้ความสำคัญกับการปกปิดรอยแดงหรือกระโดยไม่ดูหนา

ก่อนเลือกเฉด ถามตัวเองก่อนว่าอยากได้แบบไหน ธรรมชาติที่สุด สว่างขึ้นหน่อย หรือปกปิดมากขึ้น คนผิวใกล้กันก็อาจเลือกเฉดต่างกันได้เพราะอยากได้ผลลัพธ์ต่างกัน

ซื้อออนไลน์? หารีวิวจากคนที่ใช้เฉดใกล้เรา

รีวิวที่เขียนแค่ “21N สวยมาก” ช่วยได้น้อย รีวิวที่มีประโยชน์จะบอกว่าคนรีวิวใช้เฉดไหนของรองพื้นตัวอื่น ผิวขาวมาก ขาว กลาง หรือเข้ม และอันเดอร์โทนเย็น อุ่น กลาง หรือโอลีฟ ลองค้นหาแบบนี้

  • ชื่อสินค้า + 21N + เฉดรองพื้นที่ใช้อยู่
  • ชื่อสินค้า + fair neutral / medium warm / olive

มักได้ผลดีกว่าค้นแค่เบอร์คุชชั่นอย่างเดียว

แต่รีวิวก็ไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์

ต่อให้เทียบละเอียดแค่ไหนก็แค่ใกล้เคียงขึ้น ความมัน ความแห้ง รอยแดง ผิวสัมผัส ปริมาณที่ทา และฟินิชของสูตร ล้วนทำให้สีบนหน้าเราต่างไป

คุชชั่นบางตัวยังดูเข้มหรืออุ่นขึ้นหลังเซ็ตตัว ที่เรียกกันว่าหน้าหมองหรือ oxidation

ถ้าไปลองที่ร้านได้ ให้ทาที่กรอบหน้าต่อลงคอ ไม่ใช่แค่หลังมือ รอสักครู่แล้วดูในแสงธรรมชาติ ร้านใหญ่อย่าง Olive Young มีเทสเตอร์ ดูคู่มือ Olive Young และถ้าซื้อครบ 15,000 วอนอาจขอคืนภาษีได้ด้วย

ผู้หญิงถือกระจกเช็กสีรองพื้นที่กรอบหน้าในแสงธรรมชาติ
ดูตรงกรอบหน้าต่อกับคอจะเห็นว่าเฉดกลืนกับผิวไหมได้ดีกว่าสวอตช์บนหลังมือ ภาพประกอบ ToYouPick

คำถามที่พบบ่อย

อยู่ระหว่างเบอร์ 21 กับ 23 ควรเลือกอันไหน? แล้วแต่ลุคที่อยากได้ หลายคนเลือกเฉดสว่างเพื่อหน้าผ่อง หรือเฉดเข้มเพื่อให้กลืนกับคอ ถ้าทำได้ ลองทั้งสองเฉดที่กรอบหน้า

คุชชั่นกับรองพื้นแบบลิควิดแบรนด์เดียวกัน เฉดเท่ากันไหม? ไม่เสมอไป แม้แบรนด์เดียวกัน สูตรต่างกันสีก็อาจต่างกัน ควรเช็กแยกทีละตัว

“다크닝” ในรีวิวเกาหลีคืออะไร? คือคำที่คนเกาหลีใช้เรียกอาการหน้าหมองหรือ oxidation ที่สีดูเข้มขึ้นหลังทาไปสักพัก

เริ่มจากเฉดที่รู้ว่าเข้ากับผิว → เทียบกับคนที่ใช้เฉดใกล้กัน → ดูอันเดอร์โทนและรีวิวจริง → ลองบนหน้าตัวเองทุกครั้งที่ทำได้

นี่คือประโยชน์จริงของเบอร์ 21, 23, 25 ไม่ได้ให้คำตอบ แต่ช่วยให้เลือกแคบลง